Table of Contents
ChatGPT ในวันนี้ไม่ใช่แค่แชตบอทสำหรับถาม–ตอบอีกต่อไป แต่กำลังพัฒนาไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถทำงานร่วมกับแอปและบริการอื่นได้โดยตรง แนวคิดนี้ถูกเรียกว่า App ใน ChatGPT ซึ่งหลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าคือ “App Store บน ChatGPT”
บทความนี้จะอธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า App ใน ChatGPT คืออะไร,ต่างจาก Chatbot แบบเดิมยังไง, ใช้งานยังไง และเหตุผลว่าทำไมคนไทยควรเริ่มทำความเข้าใจฟีเจอร์นี้ตั้งแต่วันนี้
App ใน ChatGPT คืออะไร?
App ใน ChatGPT คือแอปหรือบริการดิจิทัลที่ถูกเชื่อมต่อเข้ากับ ChatGPT ผ่านระบบที่ OpenAI เรียกว่า App Directory หรือระบบรวมแอปภายใน ChatGPT
แอปเหล่านี้ ไม่ใช่แอปที่ดาวน์โหลดลงมือถือหรือคอมพิวเตอร์ แต่เป็นบริการที่สามารถเรียกใช้งานได้ ภายในหน้าต่าง ChatGPT ผ่านการสนทนา เข้าใจง่าย ๆ คือ ChatGPT ทำหน้าที่เป็น “ศูนย์กลาง” ที่ช่วยให้ผู้ใช้สั่งงานแอปต่าง ๆ ได้ด้วยภาษาธรรมดา โดยไม่ต้องสลับไปมาระหว่างหลายเว็บไซต์หรือหลายแพลตฟอร์ม
ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือ SME ที่ทำแอปพลิเคชันขาย หรือทำแอปพลิเคชันสำหรับใช้ในองค์กร โดยใช้ ChatGPT อยู่แล้วในองค์กร หรือมีแนวทางที่ต้องการนำ AI อย่าง ChatGPT เข้ามาใช้ในองค์กร นี้เป็นโอกาสที่ดีที่ลูกค้า หรือพนักงานในองค์กรสามารถเรียกใช้แอปพลิเคชันของคุณได้ผ่านคำสั่ง ChatGPT
OpenAI ได้เปิดตัว Apps in ChatGPT อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา หรือเรียกให้เข้าใจได้ว่าคือ App ใน ChatGPT ที่ทำให้ ChatGPT ไม่ได้เป็นแค่แชตบอท แต่กลายเป็น “แพลตฟอร์ม” ที่ผู้ใช้สามารถเข้าไปเลือกใช้เครื่องมือ/ผู้ช่วย AI (Apps หรือ GPTs) ได้เหมือนการเลือกแอปจากสโตร์ หรือสั่งการเปิดแอปพลิเคชั่น โดยไม่ต้องออกจาก ChatGPT เลย
ในมุมธุรกิจ นี่เป็นประโยชน์และเป็นโอกาสที่ดีกับธุรกิจทั้งภายในองค์กรและธุรกิจที่มีแอปพลิเคชัน
ตัวอย่าง App in ChatGPT ที่เป็นประโยชน์กับการทำงานองค์กรภายในได้ เช่น:
- Canva + ChatGPT
→ ใช้สร้างและปรับดีไซน์เอกสารงาน, โปสเตอร์ ประชาสัมพันธ์ internal ได้จากแชทเดียว
OpenAI - Figma + ChatGPT
→ ทีมออกแบบสามารถสั่งแก้ UI หรือรีวิวโปรโตไทป์พร้อมกันในที่เดียว - Coursera + ChatGPT
→ ใช้ ChatGPT ดึงเนื้อหาคอร์สเรียนหรือเคสศึกษามาอธิบายให้ทีมได้ทันที - Spotify + ChatGPT
→ สร้างเพลย์ลิสต์สำหรับการทำงานเป็นกลุ่มใน Office หรือช่วง Workshop - Booking.com & Expedia + ChatGPT
→ ใช้วางแผนการเดินทางประชุมหรือเทรนนิ่งผ่านบทสนทนาเดียว - Zillow + ChatGPT
→ ทีมอสังหาฯ สามารถดึงข้อมูลบ้านและวิเคราะห์ทันที
*อย่างไรก็ตามอาจมีข้อจำกัด:
- การมองเห็นแอปอาจแตกต่างกันตามแผนผู้ใช้
บางแอปอาจยังไม่เปิดให้ใช้งานครบทุกประเทศ
ระบบยังอยู่ในช่วงขยายและทยอยเพิ่มแอปใหม่อย่างต่อเนื่อง
จึงถือว่า App in ChatGPT เป็นฟีเจอร์ที่ “เริ่มใช้งานได้จริง” แต่ยังพัฒนาอยู่ตลอดเวลา
ประโยชน์ App ใน ChatGPT สำหรับธุรกิจที่มีแอปพลิเคชัน
เพิ่มช่องทางใช้งานโดยไม่ต้องโหลดแอปเพิ่ม
ลูกค้าสามารถใช้บริการแอปของคุณผ่าน ChatGPT ได้ทันที ภายใน Chatเข้าถึงฐานผู้ใช้ ChatGPT โดยตรง
แอปไปอยู่ใน Ecosystem ที่ผู้ใช้คุ้นเคยและใช้งานอยู่แล้วเพิ่ม Engagement และการกลับมาใช้งานซ้ำ
แอปกลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่ลูกค้าคุยด้วยได้ตลอดเวลา
App ใน ChatGPT ต่างจาก “Chatbot” แบบเดิมยังไง?
สิ่งที่ทำให้ App ใน ChatGPT เปลี่ยนเกม คือ ผู้ใช้สามารถ “ค้นหาและเปิดใช้” แอปต่าง ๆ ได้จากใน ChatGPT เลย ทำให้การเข้าถึงง่ายขึ้นเหมือนมีศูนย์รวมเครื่องมืออยู่ในที่เดียว
พูดง่าย ๆ คือ…แทนที่คุณจะพาลูกค้าไปหา AI ตอนนี้คุณสามารถ “ให้ AI พาลูกค้ามาเจอแอปของคุณได้แล้ว” นั่น คือบน ChatGPT
สรุปแบบเข้าใจง่ายความแตกต่างระหว่าง App in ChatGPT และ ChatBot:
- Apps in ChatGPT คือ ฟีเจอร์ ChatGPT ที่ให้คนสามารถค้นหา หรือสร้างคำสั่งเรียกให้แอปทำงานตามที่เราต้องการแล้วกดใช้ได้ทันที ทำให้ใช้งานง่ายและเร็วขึ้นเพราะเข้าถึงแอปที่ต้องการได้ที่เดียว แต่ถ้าต้องการทำอะไรเฉพาะทางมาก ๆ หรือต้องเชื่อมระบบแบบเต็มที่ก็อาจต้องปรับหรือทำเพิ่มเติมตามงานนั้น ๆ
- ChatBot คือ AI ที่สามารถตอบคำถามเราจากแหล่งความรู้ที่มี หรือการทำบอทของเราเองบนช่องทางที่เราเลือก เช่น LINE หรือเว็บไซต์ ข้อดีคือเราสามารถออกแบบการคุย (flow) ได้ละเอียด และเชื่อมกับระบบหลังบ้านของบริษัทได้เต็มที่ แต่ก็ต้องลงทุนทั้งเวลาและงบในการพัฒนา ดูแล และแก้ปัญหาตลอด
แล้ว App in ChatGPT ใช้งานอย่างไร ?
เราสามารถเรียกใช้งานได้ 3 วิธีหลัก ๆ:
1) พิมพ์ @ เรียกชื่อแอป (Mentions)
เช่น @Spotify ทำเพลย์ลิสต์สำหรับปาร์ตี้วันศุกร์นี้หน่อย
ChatGPT จะดึงความสามารถของแอปนั้นมาใช้ให้ทันที
2) กดปุ่ม + แล้วเลือกแอป (Plus button)
คลิกปุ่ม + ในช่องพิมพ์ → เลือก More → เลือกแอปที่ต้องการเพิ่มเข้ามาในบทสนทนา
3) ให้ระบบแนะนำให้อัตโนมัติ (Contextual Suggestions)
ถ้าคุณกำลังคุยเรื่องที่เกี่ยวข้อง เช่น “อยากซื้อบ้าน” ChatGPT อาจแนะนำแอปอย่าง Zillow เพื่อให้คุณดูแผนที่และข้อมูลแบบโต้ตอบได้ในแชตเลย
ระหว่างใช้งานเราทำอะไรได้บ้าง?
- โต้ตอบได้ในหน้าแชต: มี UI แบบ Interactive เช่น แผนที่ การ์ดข้อมูล หรือเพลย์ลิสต์ โดยไม่ต้องออกไปแอปอื่น โดยเราสามารถคลิกเพื่อจองคิว หรือจองเที่ยวบินและไปยังหน้าแอปนั้นๆได้เลย
สำหรับธุรกิจ/องค์กร
ทำไมธุรกิจไทยควรให้ความสนใจกับฟีเจอร์ App ใน ChatGPT?
โดยปกติแล้วเส้นทางของลูกค้าจะต้องค้นหา → คลิกเว็บ → กรอกฟอร์ม → ค่อยซื้อหรือจอง แต่เมื่อมีแอปที่สามารถเข้าถึงได้ใน ChatGPT ลูกค้าจะสามารถ “ถาม ขอคำแนะนำ คลิกเพื่อจอง/ซื้อ” ได้เลยภายในหน้า Chat เดียว ซึ่งในมุมมองธุรกิจช่วยให้ลูกค้าลดการหลุดการขายไประหว่างทางที่อาจจะเกิดจากหาข้อมูลที่ต้องการไม่เจอ โดยนักวิเคราะห์ด้านดิจิทัลหลายรายจึงมองว่าช่องทางนี้คือ คลื่นลูกใหม่ ของ conversational commerce ที่มีอิทธิพลไม่ต่างจากยุคเว็บและยุคมือถือที่เคยเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคมาแล้ว
ข้อดีสำหรับธุรกิจไทย (ทั้งรายใหญ่และ SME)
โอกาสถูกหาเจอได้ง่ายบน ChatGPT: ChatGPT มีผู้ใช้หลายร้อยล้านคนทั่วโลก และระบบจะ “ดัน” แอปที่เกี่ยวข้องขึ้นมาระหว่างคุย เช่น ลูกค้าต่างชาติถามเรื่องท่องเที่ยวไทย ก็อาจเห็นแอปของผู้ให้บริการท่องเที่ยว/โรงแรมไทยใน Chat นั้นได้โดยตรง
ลดช่องว่างด้านเทคโนโลยีของ SME: รายงานในไทยระบุว่า มีเพียงประมาณ 40% ของ SME ที่เริ่มนำ AI มาใช้ แม้ตลาด AI ไทยจะเติบโตเฉลี่ยเกือบ 30% ต่อปี ซึ่งหมายความว่าผู้ประกอบการที่ปรับตัวเร็วจะสามารถยกระดับบริการและลดต้นทุนได้ก่อนคู่แข่ง การมี App ใน ChatGPT จึงอาจเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ SME เชื่อมต่อระบบเดิม เช่น การจองคิว การจัดการสต๊อก หรือ CRM เข้ากับ ChatGPT เพื่อสร้างช่องทางใหม่ที่ลูกค้าเข้าถึงได้สะดวกยิ่งขึ้น และเพิ่มโอกาสในการขายได้มากขึ้น
อยากเพิ่มแอปลง App ใน ChatGPT ต้องเริ่มยังไง?
หากคุณต้องการเพิ่มแอปของตัวเองเข้าไปใน App Directory ลองดูภาพรวมขั้นตอนดังต่อไปนี้
1) เริ่มจาก “สร้างแอป” ด้วยเครื่องมือที่ OpenAI แนะนำ
โดยสามารถใช้เครื่องมือต่อไปนี้ เช่น
Apps SDK: เป็นเครื่องมือหลักที่นักพัฒนามักใช้สำหรับสร้างและแพ็กแอป เพื่อให้พร้อมนำไปเผยแพร่ใน App Directory
มาตรฐาน MCP (Model Context Protocol): ตัวนี้เป็นเหมือน “ภาษากลาง” ที่ช่วยให้ ChatGPT คุยกับบริการภายนอกได้ เช่น ดึงข้อมูล เรียกใช้ฟังก์ชัน หรือเชื่อมเครื่องมือที่คุณมีอยู่แล้ว
ออกแบบหน้าตา + เชื่อมระบบหลังบ้าน: จุดแข็งของ Apps in ChatGPT คือคุณสามารถทำ UI (หน้าตา) และตรรกะได้เอง รวมถึงต่อเข้ากับระบบธุรกิจของคุณได้ เช่น ระบบสมาชิก ระบบจอง ระบบ CRM
2) สร้างเสร็จแล้ว ต้อง “ทดสอบ + ผ่านนโยบาย”
ก่อนจะส่งขึ้นสโตร์ แอปควรผ่าน 2 เรื่องหลัก ๆ คือ “ใช้งานได้จริง” และ “ปลอดภัย”
ทดสอบผ่าน Developer Mode: เอาแอปที่พัฒนามาลองใช้งานจริงใน ChatGPT เพื่อดูว่า flow การใช้งานโอเคไหม ทำงานได้ครบไหม และมีจุดไหนต้องแก้
ทำให้ตรงตามกติกาและความเป็นส่วนตัว: แอปต้องมีแนวทางเรื่องความปลอดภัยและการใช้ข้อมูลที่ชัดเจน เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น และแจ้งผู้ใช้ให้โปร่งใสว่าเข้าถึงข้อมูลอะไรบ้าง
ถ้า UX ดี โอกาสถูกแนะนำก็สูงขึ้น: แอปที่ออกแบบดี ใช้งานง่าย และตอบโจทย์จริง มักมีโอกาสถูก “ดันขึ้นหน้าแนะนำ” ใน Directory หรือถูกแนะนำระหว่างการคุยกับผู้ใช้ได้มากกว่า
3) ส่งแอปขึ้น App Directory (Submit)
เมื่อแอปพร้อมแล้ว คุณสามารถ ส่งแอปให้ OpenAI พิจารณา ได้
ยื่นคำขอส่งแอป (Submit)
ตอนนี้ OpenAI เปิดให้ส่งแอปเพื่อพิจารณาและเผยแพร่ได้แล้วรอการอนุมัติ
ถ้าผ่าน ก็จะถูกแสดงใน App Directory และผู้ใช้ที่เข้าเงื่อนไขสามารถค้นหาและติดตั้งได้
4) โอกาสทางธุรกิจ: แอปไม่ใช่แค่ “ตอบแชต” แต่ทำให้ลูกค้าทำรายการได้จริง
ข้อดีของ Apps in ChatGPT คือคุณไม่ต้องให้ลูกค้าออกจากแชตไปทำธุรกรรมที่อื่นเสมอไป เช่น
เชื่อม ระบบจองคิว / Booking
ใส่ แบบฟอร์มสอบถาม / เก็บข้อมูลลูกค้า
ต่อ ระบบชำระเงิน
หรือเชื่อม CRM/ERP ให้ทำงานแทนได้บางส่วน
และในเรื่องการทำรายได้ ตอนนี้ OpenAI มีแผนจะประกาศรายละเอียดให้ชัดขึ้น รวมถึงแนวทางด้านโปรโตคอลสำหรับการทำธุรกรรมแบบเอเจนต์ (Agentic Commerce Protocol) เพื่อรองรับการจ่ายเงิน/ทำคำสั่งซื้อภายใน ChatGPT ได้สะดวกขึ้นในอนาคต
5) ถ้าคุณเป็นธุรกิจไทย ไม่มีทีม Dev ก็สามารถทำได้
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่อยากให้บริการไปอยู่ใน Apps in ChatGPT / App Directory แต่ไม่มีทีมพัฒนาโดยตรง ก็สามารถใช้ทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยวางแผนและพัฒนาให้ครบวงจรได้ เช่นทีมไทยอย่าง gpt.in.th ที่ให้คำปรึกษา ทำระบบ และช่วยดูแลตั้งแต่ต้นจนขึ้น App แสดงบน ChatGPT
สรุป
App ใน ChatGPT กำลังเปิดโอกาสใหม่ให้ธุรกิจสร้างโซลูชัน AI ของตัวเอง และเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรงผ่าน ChatGPT สำหรับธุรกิจไทย นี่คือจังหวะสำคัญในการยกระดับการบริการและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทีมงานในองค์กรได้ค่ะ
โดยหากคุณสนใจฟีเจอร์ App ใน ChatGPT สามารถติดต่อ ทีมงาน gpt.in.th ที่พร้อมช่วยดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ทางเรายังมีบริการซื้อบริการ AI พร้อมใบกำกับภาษี หรือบริการเชื่อมต่อ AI เพื่อใช้ในองค์กรสามารถติดต่อคลิกที่นี้ได้ค่ะ
ความท้าทายของธุรกิจไทยในการใช้ App ใน ChatGPT
แม้ App ใน ChatGPT จะมีศักยภาพสูง แต่หลายธุรกิจไทยจำนวนมากก็อาจจะยังพบอุปสรรค เช่น:
-
-
ไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไร
-
ใช้ Prompt ไม่ถูก ทำให้ได้ผลลัพธ์ไม่ดี
-
ข้อมูลอธิบายส่วนใหญ่อยู่ในภาษาอังกฤษ
-
ไม่แน่ใจว่าใช้กับงานของตัวเองได้แค่ไหน
-
นี่คือเหตุผลที่ธุรกิจไทยจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถอบรมและแนะนำการเขียน Prompt ที่เหมาะสมกับองค์กรได้ โดยสามารถติดต่อทางทีม GPT.in.th ที่ให้บริการอบรมการใช้งาน AI และยังมีบริการอื่นๆสำหรับองค์กรที่ต้องการนำ AI ไปใช้ภายในองค์กร



